ภาพรวมประเภทบัญชี Pepperstone สำหรับนักเทรดไทย
เราที่ Pepperstone มีบัญชีหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเทรดทุกระดับในประเทศไทย บัญชีแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดและเงินทุนที่แตกต่างกัน การเลือกบัญชีที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
บัญชีหลักของเรามี 4 ประเภทคือ Standard Account, Razor Account, Swap-Free Account และ Demo Account แต่ละประเภทมีข้อกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ สเปรด และค่าคอมมิชชันที่แตกต่างกัน นักเทรดสามารถเปลี่ยนประเภทบัญชีได้ตลอดเวลาผ่านระบบ Client Portal ของเรา
การเลือกประเภทบัญชีควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ เงินทุนเริ่มต้น ความถี่ในการเทรด ประสบการณ์การเทรด และกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักเทรดศึกษาข้อมูลแต่ละประเภทอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
| ประเภทบัญชี | เงินฝากขั้นต่ำ | สเปรดเฉลี่ย EUR/USD | ค่าคอมมิชชัน |
|---|---|---|---|
| Standard | $200 | 1.0 pips | ไม่มี |
| Razor | $200 | 0.0 pips | $3.50 ต่อ lot |
| Swap-Free | $200 | 1.2 pips | ไม่มี |
| Demo | ฟรี | ตามบัญชีจริง | ไม่มี |
บัญชี Standard – เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
บัญชี Standard เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักเทรดมือใหม่ในประเทศไทย เราออกแบบบัญชีนี้ให้มีความเรียบง่ายและใช้งานง่าย โดยไม่มีค่าคอมมิชชันเพิ่มเติม ต้นทุนการเทรดจะรวมอยู่ในสเปรดเท่านั้น
สเปรดของบัญชี Standard เริ่มต้นที่ 1.0 pips สำหรับคู่สกุลเงิน EUR/USD ซึ่งถือว่าแข่งขันได้ในตลาด การไม่มีค่าคอมมิชชันทำให้นักเทรดสามารถคำนวณต้นทุนได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การเทรด Forex
ขั้นตอนการเปิดบัญชี Standard
การเปิดบัญชี Standard ทำได้ผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรง เริ่มจากการคลิก “เปิดบัญชีจริง” บนหน้าหลัก กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน รวมถึงชื่อ นามสกุล วันเกิด และอีเมล
ระบบจะขอให้เลือกประเภทบัญชี ให้เลือก “Standard Account” จากรายการ กำหนดรหัสผ่านที่แข็งแรง ประกอบด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ
หลังจากส่งใบสมัครแล้ว เราจะส่งอีเมลยืนยันไปยังที่อยู่ที่ระบุ คลิกลิงก์ยืนยันเพื่อเปิดใช้งานบัญชี จากนั้นอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน ได้แก่ บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง
การยืนยันเอกสารใช้เวลา 1-24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว สามารถฝากเงินและเริ่มเทรดได้ทันที
คุณสมบัติเด่นของบัญชี Standard
บัญชี Standard มาพร้อมกับแพลตฟอร์มการเทรดครบครัน รองรับ MetaTrader 4, MetaTrader 5, cTrader และ WebTrader ผู้ใช้สามารถเลือกแพลตฟอร์มที่ถนัดได้ตามต้องการ
เครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคมีให้ใช้งานมากกว่า 80 ตัวบ่งชี้ รวมถึง Expert Advisors สำหรับการเทรดอัตโนมัติ ระบบ Copy Trading ช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถเรียนรู้จากนักเทรดมืออาชีพได้
การฝาก-ถอนเงินสะดวกผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ โอนเงินผ่านธนาคาร บัตรเครดิต/เดบิต และ E-wallet ต่างๆ เวลาประมวลผลการถอนเงินเฉลี่ย 1-3 วันทำการ
บัญชี Razor – สำหรับนักเทรดมืออาชีพ
บัญชี Razor เป็นตัวเลือกระดับพรีเมียมสำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์ในประเทศไทย เราออกแบบบัญชีนี้ให้มีสเปรดต่ำที่สุด เริ่มต้นจาก 0.0 pips แต่จะมีค่าคอมมิชชันเพิ่มเติม $3.50 ต่อ standard lot
ข้อดีหลักของบัญชี Razor คือต้นทุนการเทรดรวมที่ต่ำกว่าบัญชี Standard สำหรับนักเทรดที่ทำธุรกรรมบ่อยครั้ง การมีสเปรดแคบช่วยเพิ่มกำไรจากการเทรดระยะสั้น โดยเฉพาะ Scalping และ Day Trading
การคำนวณต้นทุนของบัญชี Razor ต้องรวมสเปรดและค่าคอมมิชชัน ตัวอย่างเช่น หากเทรด EUR/USD 1 lot ด้วยสเปรด 0.1 pips ต้นทุนรวมจะเป็น $1 (สเปรด) + $7 (คอมมิชชันไป-กลับ) = $8 ต่อการเทรด
เงื่อนไขและข้อกำหนดบัญชี Razor
บัญชี Razor มีเงินฝากขั้นต่ำเดียวกับบัญชี Standard ที่ $200 แต่เราแนะนำให้มีเงินทุนอย่างน้อย $1,000 เพื่อรองรับการเทรดที่มีปริมาณมากขึ้น
ขนาดการเทรดขั้นต่ำคือ 0.01 lot (1,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน) ขนาดสูงสุด 100 lot ต่อออร์เดอร์ ระบบรองรับการเทรดแบบ Hedging และ Netting ตามความต้องการของผู้ใช้
Leverage สูงสุดที่ 1:500 สำหรับคู่สกุลเงินหลัก และ 1:200 สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ การจัดการความเสี่ยงผ่านระบบ Margin Call ที่ 100% และ Stop Out ที่ 50%
บัญชี Swap-Free สำหรับนักเทรดมุสลิม
บัญชี Swap-Free หรือ Islamic Account เป็นบัญชีพิเศษที่เราจัดเตรียมไว้สำหรับนักเทรดที่ปฏิบัติตามหลักการศาสนาอิสลาม ในประเทศไทยมีนักเทรดมุสลิมจำนวนมากที่ต้องการบัญชีประเภทนี้
ลักษณะสำคัญของบัญชี Swap-Free คือไม่มีการคิดหรือจ่ายดอกเบิ้ยค้างคืน (Swap) สำหรับออร์เดอร์ที่ค้างผ่านคืน การเทรดจึงสอดคล้องกับหลักการ Sharia ที่ห้ามการให้กู้ยืมเงินแบบมีดอกเบิ้ย
สเปรดของบัญชี Swap-Free จะสูงกว่าบัญชี Standard เล็กน้อย เพื่อชดเชยต้นทุนที่เราไม่สามารถเก็บค่า Swap ได้ แต่ยังคงแข่งขันได้ในตลาด
การสมัครและเงื่อนไขบัญชี Swap-Free
การสมัครบัญชี Swap-Free ต้องระบุเหตุผลทางศาสนาในแบบฟอร์มสมัคร เราจะตรวจสอบคุณสมบัติและอนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง กระบวนการอื่นๆ เหมือนกับบัญชีทั่วไป
เงื่อนไขการใช้งานบัญชี Swap-Free มีข้อจำกัดบางประการ ได้แก่ ห้ามใช้เพื่อการเก็งกำไร (Arbitrage) ห้ามเปิดปิดออร์เดอร์ภายในเวลาสั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงค่า Swap
หากตรวจพบการใช้งานที่ผิดเงื่อนไข เราขอสิทธิ์ในการเปลี่ยนบัญชีเป็นประเภท Standard หรือปิดบัญชีได้ การปฏิบัติตามเงื่อนไขจะช่วยให้ใช้งานบัญชีได้อย่างต่อเนื่อง
บัญชี Demo – ฝึกฝนก่อนลงทุนจริง
บัญชี Demo เป็นบัญชีจำลองที่ให้นักเทรดฝึกฝนการใช้งานแพลตฟอร์มและทดสอบกลยุทธ์การเทรดโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง เราให้เงินจำลอง $50,000 สำหรับการเทรดทดลอง
ข้อมูลราคาในบัญชี Demo เป็นแบบเรียลไทม์เหมือนบัญชีจริง ทำให้ได้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการเทรดจริงมากที่สุด สภาพแวดล้อมการเทรดจำลองนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นในการเรียนรู้
บัญชี Demo มีอายุการใช้งาน 30 วัน หากต้องการใช้งานต่อสามารถสมัครใหม่ได้ เราแนะนำให้ใช้บัญชี Demo อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนเปลี่ยนเป็นบัญชีจริง
- เปิดบัญชี Demo ได้ทันทีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน
- ทดสอบแพลตฟอร์มการเทรดทุกประเภทที่เรามี
- ฝึกฝนกลยุทธ์การเทรดต่างๆ โดยไม่เสี่ยงเงินจริง
- เรียนรู้การใช้เครื่องมือวิเคราะห์และตัวบ่งชี้
- ทดสอบ Expert Advisors และระบบเทรดอัตโนมัติ
ข้อจำกัดของบัญชี Demo
บัญชี Demo มีข้อจำกัดบางประการที่แตกต่างจากการเทรดจริง อารมณ์และจิตวิทยาในการเทรดจะแตกต่างเมื่อใช้เงินจริง ความรู้สึกกลัวและโลภจะไม่เกิดขึ้นในบัญชี Demo
การเติมเงินในบัญชี Demo (Slippage) อาจแตกต่างจากบัญชีจริงในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ปริมาณการเทรดในบัญชี Demo ไม่ส่งผลต่อตลาดจริง จึงอาจไม่สะท้อนสภาพการณ์จริงได้ทั้งหมด
เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อยในบัญชีจริงหลังจากฝึกฝนในบัญชี Demo เพียงพอ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจะช่วยพัฒนาทักษะการเทรดได้ดีกว่า
| คุณสมบัติ | บัญชี Demo |
|---|---|
| เงินทุนจำลอง | $50,000 |
| ราคาเรียลไทม์ | ใช่ |
| อายุการใช้งาน | 30 วัน |
| ค่าธรรมเนียม | ไม่มี |
| การยืนยันตัวตน | ไม่ต้อง |
การเปรียบเทียบและเลือกบัญชีที่เหมาะสม
การเลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ระดับประสบการณ์ เงินทุน ความถี่ในการเทรด และเป้าหมายการลงทุน นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยบัญชี Standard
สำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์และทำธุรกรรมบ่อยครั้ง บัญชี Razor จะให้ต้นทุนรวมที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะการเทรดปริมาณมาก การคำนวณจุดคุ้มทุนระหว่างบัญชี Standard และ Razor อยู่ที่ประมาณ 15-20 การเทรดต่อเดือน
นักเทรดที่ต้องการบัญชีตามหลักศาสนาสามารถเลือกบัญชี Swap-Free ได้ แม้จะมีสเปรดสูงกว่าเล็กน้อย แต่จะสอดคล้องกับความเชื่อทางศาสนา
| เกณฑ์การเลือก | Standard | Razor | Swap-Free | Demo |
|---|---|---|---|---|
| ผู้เริ่มต้น | ✓ | ✗ | ✓ | ✓ |
| นักเทรดมืออาชีพ | ✓ | ✓ | ✓ | ✗ |
| เทรดบ่อยครั้ง | ✗ | ✓ | ✗ | ✓ |
| ตามหลักศาสนา | ✗ | ✗ | ✓ | ✓ |
เคล็ดลับการเลือกบัญชี
พิจารณาจำนวนการเทรดต่อเดือนเป็นหลัก หากเทรดน้อยกว่า 10 ครั้งต่อเดือน บัญชี Standard จะคุ้มค่ากว่า หากเทรดมากกว่า 20 ครั้งต่อเดือน บัญชี Razor จะประหยัดต้นทุนมากกว่า
ศึกษากลยุทธ์การเทรดของตนเอง Scalping และ Day Trading เหมาะกับบัญชี Razor เพราะได้ประโยชน์จากสเปรดแคบ Swing Trading และ Position Trading เหมาะกับบัญชี Standard เพราะไม่มีค่าคอมมิชชัน
ทดลองใช้บัญชี Demo ก่อนตัดสินใจ เปรียบเทียบต้นทุนการเทรดจริงในแต่ละประเภทบัญชี บันทึกผลการเทรดและคำนวณต้นทุนรวมเพื่อหาบัญชีที่เหมาะสมที่สุด
การจัดการและเปลี่ยนประเภทบัญชี
เราอนุญาตให้นักเทรดเปลี่ยนประเภทบัญชีได้ตลอดเวลาผ่านระบบ Client Portal การเปลี่ยนประเภทบัญชีจะมีผลในวันทำการถัดไป โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
ขั้นตอนการเปลี่ยนบัญชีเริ่มจากเข้าสู่ระบบ Client Portal ใช้ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน จากนั้นเลือกเมนู “จัดการบัญชี” และคลิก “เปลี่ยนประเภทบัญชี”
ระบบจะแสดงรายการบัญชีที่สามารถเปลี่ยนได้ เลือกประเภทบัญชีที่ต้องการ จากนั้นยืนยันการเปลี่ยนแปลงผ่านการแจ้งเตือนอีเมล
หลังจากยืนยันแล้ว การเปลี่ยนประเภทบัญชีจะมีผลในวันถัดไป นักเทรดควรวางแผนการเทรดให้เหมาะสมกับช่วงเวลานี้
ข้อแนะนำการเปลี่ยนบัญชี
- ตรวจสอบยอดเงินและตำแหน่งเปิดก่อนเปลี่ยนบัญชี
- จัดการความเสี่ยงให้ดีในช่วงเปลี่ยนประเภทบัญชี
- ใช้บัญชี Demo ทดสอบก่อนเปลี่ยนจริงเมื่อเป็นไปได้
- ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าหากมีข้อสงสัยหรือปัญหา
- อัปเดตข้อมูลส่วนตัวและเอกสารให้ครบถ้วนเสมอ
การใช้งานแพลตฟอร์ม Pepperstone ในประเทศไทย
เราให้บริการแพลตฟอร์มเทรดที่หลากหลาย รองรับทั้ง MetaTrader 4, MetaTrader 5, cTrader และ WebTrader เพื่อความสะดวกและตอบโจทย์การเทรดของนักลงทุนในไทย
การเข้าถึงแพลตฟอร์มทำได้ทั้งผ่านคอมพิวเตอร์และมือถือ รองรับระบบ Windows, Mac, iOS และ Android โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงและการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว
ขั้นตอนการเริ่มใช้งานแพลตฟอร์มมีดังนี้
- เข้าสู่ระบบ Client Portal ด้วยบัญชีที่สมัครไว้
- ล็อกอินด้วยข้อมูลบัญชีเทรดที่ได้รับหลังการสมัคร
- ตั้งค่าช่องทางการแจ้งเตือนและเครื่องมือวิเคราะห์ตามความต้องการ
- เริ่มต้นเปิดออร์เดอร์และจัดการพอร์ตการลงทุนได้ทันที
<liาดาวน์โหลดหรือเลือกเข้าใช้งานผ่าน WebTrader ตามแพลตฟอร์มที่ต้องการ
| แพลตฟอร์ม | ระบบปฏิบัติการที่รองรับ | ฟีเจอร์หลัก |
|---|---|---|
| MetaTrader 4 | Windows, Mac, iOS, Android | เทรด Forex, ตัวชี้วัด 50+, EA, Mobile App |
| MetaTrader 5 | Windows, Mac, iOS, Android | เทรด Forex & CFD, กราฟ 21 Timeframes, EA, Copy Trading |
| cTrader | Windows, Mac, Web, iOS, Android | เทรด ECN, Depth of Market, Algo Trading, Interface ใช้ง่าย |
| WebTrader | ทุกระบบที่มีเว็บเบราว์เซอร์ | เข้าถึงง่าย ไม่ต้องติดตั้ง, ฟีเจอร์พื้นฐานครบ |
ระบบของเราออกแบบให้รองรับการเชื่อมต่อที่มีความเสถียรสูง โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อความรวดเร็วในการส่งคำสั่งและข้อมูลราคาที่แม่นยำ
การตั้งค่าการแจ้งเตือนและความปลอดภัย
นักเทรดสามารถเปิดใช้งานการแจ้งเตือนผ่านอีเมลและแอปมือถือ เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งซื้อขายและข่าวสารสำคัญ เราแนะนำให้ตั้งค่าการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อความปลอดภัยของบัญชี
การสำรองข้อมูลและการอัปเดตแพลตฟอร์มทำโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานอยู่เสมอ นักเทรดสามารถตรวจสอบสถานะเซิร์ฟเวอร์และประกาศต่างๆ ผ่าน Client Portal
| ฟีเจอร์ | รายละเอียด | วิธีใช้งาน |
|---|---|---|
| เปิดคำสั่งซื้อขาย | เลือกคู่เงินหรือสินทรัพย์ คลิก “เปิดคำสั่ง” กำหนดขนาดล็อต | คลิกขวาที่กราฟ เลือก “New Order” หรือใช้ปุ่มในแพลตฟอร์ม |
| ตั้งค่า Stop Loss / Take Profit | กำหนดระดับราคาเพื่อจำกัดขาดทุนหรือทำกำไร | ระหว่างเปิดคำสั่งหรือแก้ไขคำสั่งในหน้าต่างคำสั่งซื้อขาย |
| ใช้งาน Expert Advisor | ตั้งโปรแกรมช่วยเทรดอัตโนมัติโดยใช้โค้ด MQL | ติดตั้ง EA ใน MetaTrader และเปิดใช้งานผ่านเมนู Navigator |
| วิเคราะห์กราฟ | ใช้ตัวบ่งชี้ทางเทคนิค เช่น Moving Average, RSI | เลือกจากเมนู Indicators และปรับแต่งค่าตามต้องการ |
| ฝากและถอนเงิน | รองรับธนาคารไทยและช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ | ทำรายการผ่าน Client Portal เลือกช่องทางและจำนวนเงิน |
❓ FAQ
Pepperstone รองรับสกุลเงินใดบ้างสำหรับบัญชีในประเทศไทย?
บัญชีทั้งหมดรองรับสกุลเงินบาทไทย (THB) และสกุลเงินหลักอื่น เช่น USD, EUR เพื่อความสะดวกในการฝากและถอน
สามารถเปลี่ยนประเภทบัญชีได้บ่อยแค่ไหน?
นักเทรดสามารถเปลี่ยนประเภทบัญชีได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าธรรมเนียม การเปลี่ยนจะมีผลในวันทำการถัดไป
มีโบนัสต้อนรับสำหรับนักเทรดในไทยหรือไม่?
ปัจจุบัน Pepperstone ไม่มีโบนัสต้อนรับ แต่เรามีโปรโมชั่นพิเศษเป็นระยะเพื่อสนับสนุนการเทรด
ต้องใช้เอกสารอะไรในการยืนยันบัญชี?
ต้องใช้บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง พร้อมเอกสารยืนยันที่อยู่ เช่น บิลค่าสาธารณูปโภคล่าสุด
แพลตฟอร์มใดเหมาะกับการเทรดในมือถือ?
MetaTrader 4, MetaTrader 5 และ cTrader มีแอปมือถือรองรับทั้ง iOS และ Android พร้อมฟีเจอร์ครบถ้วน